รัฐบาลประกาศวาระแห่งชาติ แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง แถลงวาระแห่งชาติ เรื่อง ‘การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ’ เปิดเผยว่า ปัญหาหนี้สินนอกระบบเป็นปัญหาเรื้อรังและใหญ่เกินกว่าจะแก้ปัญหาได้โดยไม่มีภาครัฐเป็นตัวกลาง ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องบูรณการหลายภาคส่วนเข้ามาแก้ปัญหาหนี้สินนอกระบบ ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ และกระทรวงการคลังเพื่อไม่ให้ประชาชนกลับไปอยู่ในวงจรหนี้สินนอกระบบ

แก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบบูรณาการผ่าน 2 หน่วยงาน

กระทรวงมหาดไทยจะบูรณาการความร่วมมือ และกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานร่วมกันกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ช่วยเหลือลูกหนี้ นอกจากนี้จะมีการประสานเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานเพื่อให้การแก้ปัญหานอกระบบไม่ซ้ำซ้อน และเป็นไปในทางเดียวกัน รวมทั้ง จะดำเนินการให้ถูกต้อง โปร่งใส เป็นธรรม และเป็นไปตามข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด ให้สามารถตรวจสอบถ่วงดุลกันได้ โดยจะกำหนดแผนการดำเนินการ เป้าหมาย และตัวชี้วัดให้ชัดเจน

ขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในมิติการบังคับใช้กฎหมาย จะดำเนินการด้านการสืบสวน จับกุม และดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบในทุกรูปแบบ โดยได้มีการจัดตั้งศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ โดยเฉพาะการทวงหนี้โดยใช้ความรุนแรง

กฎหมายที่ใช้บังคับเกี่ยวกับการห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ซึ่งรวมถึงดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบ เช่น พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2560 และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยแม้กฎหมายหลักคือ พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2560 จะไม่มีการระบุไว้ว่าห้ามคิดดอกเบี้ยเกินเท่าใด แต่ในทางกฎหมาย ก็คือจะยึดหลักตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คือ การให้กู้เงิน ต้องห้ามมิให้ คิดดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปี แต่สำหรับธนาคารพาณิชย์สามารถปล่อยกู้และคิดดอกเบี้ยเกินกว่าร้อยละ 15 ต่อปีได้ เพราะมีกฎหมายแยกเฉพาะในส่วนของดอกเบี้ยให้กู้ยืมเงินของธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินออกมาอีกต่างหาก อย่างไรก็ตาม พบว่าในมาตรา 4 ของ พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราบัญญัติไว้ว่า “บุคคลใดให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินหรือกระทำการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการอำพรางการให้กู้ยืมเงิน เช่น เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

เปิดลงทะเบียนแก้หนี้นอกระบบ 1 ธ.ค. นี้

กระทรวงมหาดไทย สั่งการให้ทุกจังหวัด อำเภอ และสำนักงานเขต ดำเนินการตั้ง “ศูนย์อำนวยการแก้ไขหนี้นอกระบบ" ประชาสัมพันธ์ให้ลูกหนี้นอกระบบที่มีความประสงค์ขอรับการช่วยเหลือ หรือให้ทางราชการแก้ไขปัญหา เตรียมลงทะเบียนในระบบ ผ่านเว็บไซต์ https://debt.dopa.go.th

กรณีไม่สามารถดำเนินการได้เองทางระบบออนไลน์ สามารถเดินทางไปลงทะเบียนด้วยตนเอง ณ ที่ว่าการอำเภอ และหากอยู่ในกรุงเทพมหานคร ให้ลงทะเบียนที่สำนักงานเขตทุกแห่ง หรือผ่านช่องทางสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม 1567 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ธนาคารรัฐดูแลหนี้นอกระบบ หลังไกล่เกลี่ยฯ และปรับโครงสร้างหนี้

ธนาคารออมสิน ให้สินเชื่อกับลูกหนี้ไม่เกิน 5 หมื่นบาท/ราย และระยะเวลาผ่อนชำระ 5 ปี รวมทั้งมีโครงการสินเชื่อสำหรับอาชีพอิสระ ไม่เกิน 1 แสนบาท/ราย ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 8 ปี และคิดดอกเบี้ยตามความสามารถของลูกหนี้

• ธนาคารธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส)

ดูแลลูกหนี้ที่นำที่ดินไปขายฝากกับเจ้าหนี้นอกระบบ โดยหนี้ที่มีการแก้ไขแล้วหรือไกล่เกลี่ยฯ เรียบร้อยแล้ว ธ.ก.ส. จะเข้าไปปล่อยสินเชื่อให้กับลูกหนี้ที่เป็นเกษตรกร ไม่เกิน 2.5 ล้านบาท/ราย ส่วนเจ้าหนี้นอกระบบ ที่สนใจจะประกอบกิจการให้ถูกกฎหมาย ก็สามารถมายื่นขออนุญาตประกอบกิจการพิโกไฟแนนซ์ได้ ซึ่งวันนี้มีผู้ขออนุญาตแล้วกว่า 1,000 รายทั่วประเทศ

ซึ่งเมื่อรัฐบาลเข้าไปเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ย จะต้องมีการคิดดอกเบี้ยให้เป็นไปตามกฎหมาย คือ ไม่เกิน 15% ต่อปี หากลูกหนี้รายใดจ่ายเกินยอดหนี้ไปแล้วให้ถือว่าเป็นอันจบกัน

#IOC

อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความ

 


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar