คณะผู้แทนพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ของไทย แถลงผลการพูดคุยแบบเต็มคณะกับบีอาร์เอ็น มั่นใจ กรอบความริเริ่มรอมฎอนสันติสุข ลดใช้กฎหมายช่วยสร้างบรรยากาศเอื้ออำนวยเกิดสันติสุข

คณะผู้แทนพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ของไทย แถลงผลการพูดคุยแบบเต็มคณะกับบีอาร์เอ็น มั่นใจ กรอบความริเริ่มรอมฎอนสันติสุข ลดใช้กฎหมายช่วยสร้างบรรยากาศเอื้ออำนวยเกิดสันติสุข

วันที่ 2 เมษายน 2565 เวลา 14.00 น. คณะพูดคุยสันติสุขของไทย ได้แถลงผลการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่างผู้แทนฝ่ายไทยกับ ผู้แทนบีอาร์เอ็น ซึ่งได้มีการพบปะหารือและพูดคุยแบบเต็มคณะ ครั้งที่ 4 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เมื่อวันที่ 31 มีนาคม และ 1 เมษายน 2565 โดยเป็นการแถลงผ่านไลฟ์สด เพจ กรมประชาสัมพันธ์และเพจสถานเอกอัครราชฑูตไทย ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย รวมทั้งระบบ zoom ให้สื่อมวลชนได้สอบถาม

พลเอก วัลลภ รักเสนาะ ผู้แทนคณะพูดคุยสันติสุขของไทย แถลงว่า การพูดคุยฯ ระหว่างฝ่ายไทยกับ ผู้แทนบีอาร์เอ็น ซึ่งได้มีการพบปะหารือและพูดคุยแบบเต็มคณะทางฝ่ายผู้แทน BRN นำโดยอุซตาส อานัส อับดุลเราะห์มาน โดยมี ตันซรี อับดุล ราฮิม บิน โมฮัมหมัด นอร์ เป็นผู้อำนวยความสะดวก และมีผู้เชี่ยวชาญ ร่วมสังเกตการณ์ด้วย

ผลการพูดคุย มีความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญ และเป็นหมุดหมายที่จะนำไปสู่การคลี่คลายความขัดแย้งและสร้างสันติสุขอย่างถาวรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

1) เมื่อวันที่ 31มีนาคม 2565 คณะพูดคุยฯ และ BRN ได้รับรองเอกสาร “หลักการทั่วไปว่าด้วยกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข” ซึ่งเป็นประเด็นที่ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงจะพูดคุยกันในรายละเอียด โดยกำหนดให้มีกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีเกียรติและเปิดกว้างต่อการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย เพื่อบรรลุทางออกทางการเมือง ซึ่งเป็นไปตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่ตามแนวคิดชุมชนปาตานีภายใต้ความเป็นรัฐเดี่ยวของราชอาณาจักรไทยตามที่ได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ

2) ทั้งสองฝ่ายยังได้เห็นพ้องร่วมกันใน “ความริเริ่มรอมฎอนสันติสุข” ด้วยการสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อสันติสุขในห้วงเดือนรอมฎอน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนสามารถปฏิบัติศาสนกิจได้อย่างปลอดภัย ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่และสร้างความไว้วางใจต่อกระบวนการพูดคุย ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าว จะมีลักษณะเป็นการปฏิบัติที่ต่างฝ่ายต่างปฏิบัติอย่างเกื้อกูลกัน เพื่อลดความรุนแรง ในพื้นที่ให้เป็นไปตามหลักการทั่วไปว่าด้วยกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น

3) นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้พูดคุยเรื่องบทบาทและขอบเขตหน้าที่การทำงานของคณะทำงานร่วมเพื่อขับเคลื่อนการพูดคุยในประเด็นสารัตถะ ๓ คณะ ประกอบไปด้วย ๑) คณะทำงานร่วมเรื่องการลดความรุนแรง ๒) คณะทำงานร่วมเรื่องการปรึกษาหารือกับประชาชนในพื้นที่ และ ๓) คณะศึกษาร่วมเรื่องการแสวงหาทางออกทางการเมือง โดยมีการมอบหมายบุคคลผู้ประสานงานเพื่อประสานการปฏิบัติของคณะดังกล่าว

คณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอความร่วมมือให้ประชาชนและทุกภาคส่วน ทั้งในและนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ติดตามสถานการณ์ในการสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างสันติสุขในห้วงเดือนรอมฎอน โดยทั้งสองฝ่ายหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญในการเสริมสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

นอกจากนี้ ในการตอบคำถามของสื่อมวลชน ผู้แทนฝ่ายไทยระบุว่า ในห้วงเดือนรอมฎอน ฝ่ายความมั่นคงจะลดปฎิบัติการเชิงรุก หันมาเน้นอำนวยความสะดวกและให้ด่านตรวจเป็นจุดบริการแก่ประชาชน เพื่อสร้างบรรยากาศเอื้ออำนวยให้พี่น้องมุสลิมได้ปฏิบัติศาสนกิจอย่างสะดวกที่สุด เช่นเดียวกันทางบีอาร์เอ็นเห็นด้วยในการลดใช้ความรุนแรงช่วงรอมฎอน ส่วนการลดปฏิบัติการทางทหารไม่มีความกังวล แต่ที่ห่วง อาจจะมีมือที่ 3 กลุ่มที่ขัดแย้งผลประโยชน์ก่อเหตุ แล้วโยนความผิดให้ภาครัฐ

ทั้งนี้ วันนี้ 2 เม.ย. ทางเจ้าหน้าที่ทหารจะปลดป้ายรูปภาพของผู้เห็นต่างตามด่านลงเพื่อขอโทษและให้อภัยแก่กัน

ส่วนแนวทางให้ผู้เห็นต่างได้เข้ามาปฎิบัติศาสนกิจในมัสยิด ช่วง 10 วันสุดท้ายช่วงรอมฎอน ในพื้นที่ได้มีการประสานพูดคุยผู้เห็นต่าง ผ่านผู้ไว้วางใจได้ เพื่อให้แสดงเจตจำนง “นักรบ พบรัก กลับบ้าน สร้างสันติสุข” จะสำเร็จมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับความไว้วางใจผ่านเพื่อนหรือผู้ประสานงาน โดยขอให้มาด้วความสมัครใจ และกลับไปด้วยความสบายใจ ทางเจ้าหน้าที่จะลดการบังคับใช้กฏหมาย แต่เน้นบรรยากาศเอื้ออำนวยให้มากที่สุด

ทั้งนี้ในกรอบ รอมฎอนสันติสุข ทั้ง 2 ฝ่าย ได้สร้างกลไกตรวจสอบร่วมกัน ผ่านผู้ประสานงาน ที่ไว้วางใจกันและกัน รวมถึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้ร่วมมือในการตรวจสอบ ในพื้นที่ด้วย

+2

9Phatompong Isoaw Asimov และ คนอื่นๆ อีก 8 คน

แชร์ 3 ครั้ง

ถูกใจ

แสดงความคิดเห็น

แชร์



คะแนนโหวต :